ครูพันธุ์ใหม่ในใจฉัน ในทรรศนะของผม ครูคือความหวัง คือขุมพลังที่ขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ การเรียนการสอนที่ดีเป็นเครื่องมือสร้าประชาชนที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ เพื่อพัฒนาประเทศ มีครูและผู้เกี่ยวข้องหลายคนกล่าวไว้ว่า หากเรามองการศึกษาไทยย้อนหลังไป 10 ปี แล้วประเมินผลการผลิตคนที่เกิดขึ้นจากระบบการศึกษา จะพบว่าการศึกษาไทยนั้นถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง จึงเกิดกระแสการปฏิบัติแบบใหม่ขึ้น เพื่อปฏิรูปการศึกษาโดยใช้ “ครูพันธุ์ใหม่” เป็นเสมือนผู้ปฏิบัติภารกิจนี้นั่นเอง “ครูพันธุ์ใหม่” ในสายตาของผม เป็นอย่างนี้ครับ อย่างที่หนึ่งคือต้องเตรียมใจ การจะมาเป็นครูไม่ควรจะมีเหตุผลอื่นนอกจาก “อยากเป็นและเห็นว่าตนเหมาะสม” หลายคนที่เข้ามาเรียนวิชาชีพครูด้วยเหตุผลอื่น เช่นตกงาน พ่อแม่อยากให้เรียน ถ้าเป็นเหตุผลลักษณะนี้ ผมคิดว่าควรจะพิจารณาเหตุผลที่สองประกอบครับ โดยถามคนที่เป็นเคยเป็นครูของเรา ว่าเราเหมาะที่จะเป็นครูหรือไม่ การทึกทักเอาเองนั้น หากเราได้ใบประกอบวิชาชีพครูไป เข้าไปเป็นครูจริง ๆ ก็จะไม่ช่วยให้การศึกษาของประเทศดีขึ้นได้แน่นอน เพราะครูนั้นมีความพิเศษมากกว่าอาชีพอื่น จิตวิญญาณของความเป็นครูมันอวดอ้างกันด้วยคำพูดไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ ไม่เหมาะก็อย่าได้เตรียมใจ แต่ให้ตัดใจดีกว่า อย่างที่สองคือเปลี่ยนการสอนเป็นการฝึก สาเหตุก็คือตัวผมเองไมชอบคำว่าสอนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฟังดูไม่น่าสนใจ ไม่ตื่นเต้น ผมชอบคำว่าฝึกมากกว่า ผมว่าการฝึกฟังดูมันเข้มข้น มันมีดีกรีของความมุ่งมั่นอยู่ในตัวของมัน เช่นฝึกให้พูดภาษาอังกฤษ ฝึกให้คำนวณโจทย์เลข ฝึกให้อธิบายเรื่องของการสังเคราะห์ แล้วแต่จะฝึกเรื่องอะไร แม้กระทั่งเรื่องน่าเบื่อประเภทจำเอามาตอบ ก็อยากจะใช้คำว่าฝึก เพื่อบอกตัวเองอยู่เสมอว่า เราต้องฟิตนะ ก่อนที่จะไปฝึกคนอื่น อย่างที่สามคือฟิตแอนด์เฟิร์ม ฟิตก็คือมีความกระตือรือร้น มีแรงขับเคลื่อนในตัวเองสูง ส่วนเฟิร์มก็คือผู้สอนมีความแม่นยำในเนื้อหา ฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในวิธีการถ่ายทอด ฟิตแอนด์เฟิร์มนั้นฝึกฝนกันได้ ผมขอแถมอีกฟิตหนึ่งคือพอเหมาะพอดี คือการไม่ดูมากเกินไป ผมสังเกตตัวเองตอนที่กำลังสอนหลายครั้งว่า บางครั้งให้เนื้อหาแบบเกินความจำเป็น รู้ว่าต้องควบคุม แต่ก็ทำไม่ได้ ฟิตแบบนี้ต้องฝึกสมาธิสถานเดียวเห็นจะเหมาะสม อย่างที่สีคือมากด้วยแฟนตาซี เพราะครูต้องเล่นละครในห้องเรียน ต้องรู้ว่าเด็กมีจินตนาการ ครูจึงต้องมีจินตนาการขั้นเทพเหมือนกัน จากการสังเกตตัวเองและครูที่ผมคิดว่าจะยึดเป็นแบบอย่าง ผมว่าจินตนาการทำให้ครูมีศิลปะในการสอน แต่ก็ต้องศึกษาทฤษฎีการเรียนรู้และจิตวิทยาการเรียนรู้เข้ามาเสริมเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าความคิดใหม่ ๆ หรือวิธีการใหม่ ๆ น่าจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างที่ห้าคือเน้นที่ผลลัพธ์ ครูบ่มเพาะสิ่งใด นักเรียนก็เป็นไปฉันนั้น ผมเคยสังเกตครูที่ผมคิดว่าจะยึดเป็นแบบอย่าง ทำให้มั่นใจว่าจินตนาการทำให้ครูมีศิลปะในการสอน โดยเฉพาะครูสอนภาษา จะต้องมีจินตนาการ เพราะภาษาใช้ปากกับหูและมือกับตา และต้องอาศัยการสังเกตตลอดเวลาว่านักเรียนกำลังทำอะไรอยู่ โดยเฉพาะการใช้อวัยวะทั้งสี่ ดังนั้นการเขียนคำสั่งบนกระดาน การบอกปากเปล่า การใช้ภาษาในใบงานจึงต้องใช้คำที่ทำให้เกิดการตอบสนองอย่างถูกต้อง มุ่งผลลัพธ์เป็นสำคัญ อย่างที่หกคือเข้ากับเด็กรายบุคคลและสร้างแรงจูงใจ คือใช้ทั้งแรงจูงใจและมีเทคนิคเชิงพฤติกรรมที่เหมาะสมมาสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากเรียนและการมีส่วนร่วม ครูที่เข้าใจเด็กจะทำให้เกิดความอบอุ่น แล้วเด็กจะมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ สิ่งสำคัญที่สุดของการวิวัฒนาการเป็นครูพันธุ์ใหม่ได้คือความมุ่งมั่น อดทน และสม่ำเสมอซึ่งถ้าหากเราสามารถทำทั้งหกข้อนี้ได้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง เราก็จะเป็นครูพันธุ์ใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญ สังคมยังเลวร้ายได้มากกว่านี้ ครูดี ๆ จึงต้องไม่ยอมแพ้ครับ

Comment

Comment:

Tweet